“แกเก๋าเหรอ? ชั้นกะพงนะ!”
เมื่อปลาเก๋า vs ปลากะพง . โอเค ปลาสองตัวนี้ไม่ได้เถียงกันจริง แต่คนกินอย่างเราเถียงกันได้ยาว โดยเฉพาะตอนเปิดเมนูแล้วเห็นว่าปลาเก๋ามักราคาสูงกว่า คำถามก็มาเลย: เนื้อต่างกันขนาดนั้นไหม? ดูยังไงว่าเป็นปลาเก๋าจริง? แล้วหัวปลาเก๋าที่เขาสั่งลงหม้อกัน กินตรงไหน?
กัดก่อน แล้วค่อยตัดสิน
ปลาเก๋าเด่นที่ เนื้อแน่น เป็นชิ้นชัด เหมาะกับคนชอบคีบปลาในหม้อแล้วได้เคี้ยวเต็มคำ ส่วนปลากะพงขาว เนื้อนุ่ม รสอ่อน กินง่าย ใครอร่อยกว่า? อันนี้ให้ลิ้นคุณเป็นกรรมการ
“ดูหนังก็รู้แล้ว” จริงเหรอ?
ถ้าเห็นปลาทั้งตัว อาจพอดูได้ ปลาเก๋า บางชนิด มีลายจุดบนหนังและหัว ส่วนปลากะพงขาวมักตัวสีเงิน ไม่มีลายจุดแบบนั้น แต่ปลาเก๋ามีหลายชนิด ลายจึงไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป
ถ้าเหลือแต่เนื้อแล่สีขาวแล้ว อย่าเพิ่งท้าใครทายปลาให้ถูกทุกครั้ง ขนาดผู้เชี่ยวชาญยังใช้การตรวจ DNA เมื่อต้องยืนยันชนิดปลาให้แน่ชัด
หัวปลาเก๋ามีอะไรให้กิน แล้วทำไมราคาแรง?
หัวปลาเก๋า มีเนื้อแถวแก้มและรอบหัวให้เลาะกิน ส่วนหัวกับกระดูกใช้ทำน้ำซุปปลาได้ คนชอบกินปลาแบบค่อย ๆ แกะน่าจะสนุกกับส่วนนี้
ส่วนราคาที่มักสูงกว่า ไม่ได้บวกเพิ่มเพราะชื่อเท่ ปลาเก๋าเป็นปลาที่ตลาดต้องการ และการเลี้ยงต้องดูแลตั้งแต่ลูกปลา การคัดขนาด ไปจนถึงอาหารและคุณภาพน้ำ แต่ราคาจริงก็ยังขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และแหล่งที่มาของปลาแต่ละตัว
พอแล้ว ลงจานดีกว่า
อยากลองแบบชามเดียวจบ มี สุกี้เนื้อปลาเก๋า ปรุงสำเร็จ 220 บาท, สุกี้เนื้อปลาเก๋าผัดแห้ง 220 บาท และ ราดหน้าเนื้อปลาเก๋าเต้าซี่ 250 บาท
อยากสั่งมาแบ่งกัน เลือก เนื้อปลาเก๋าทอดราดน้ำปลา 380 บาท หรือ เนื้อปลาเก๋าทอดสามรส 380 บาท
อยากพิสูจน์เรื่องหัวกับเนื้อในหม้อเดียวกัน สั่ง หัวปลาเก๋าทะเล 150 บาท และ เนื้อปลาเก๋าทะเล 150 บาท
ปลาสองตัวจะเถียงกันต่อก็ได้ ส่วนเราขอคีบก่อน


